ก็ชีวิตมันไม่ใช่ของเราคนเดียว
posted on 06 May 2008 13:45 by warrti-rafaelแต่สำหรับแม่มด แม่มดคิดว่ามันอาจจะไม่ถูกนัก เพราะในความเป็นจริงแล้ว
กว่าส่วนหนึ่งของชีวิตมันประกอบด้วยส่วนนั้น ส่วนนี้ ของคนอื่นอีกมากมาย
ที่เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิต ความคิด และ การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน
ลองคิดดูสิ...ถ้าหากชีวิตมันเป็นของเราคนเดียวแล้วทำไม...
เวลากินข้าวต้องถามคนข้างๆว่าจะกินที่ไหน
ทำไมเวลาไปดูหนังต้องให้คนข้างๆช่วยเลือกเรื่อง
ทำไมเวลาจะซื้อเสื้อถึงต้องขอความเห็นคนอื่น ทำไม...ทำไม...แล้วก็ทำไม
ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะต้องให้คนที่อยู่เคียงข้างช่วยแนะนำ ช่วยตัดสินใจ...
ตั้งแต่เกิดมาแล้วชีวิตของเราก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคุณพ่อ คุณแม่ และคุณญาติๆ
พอโตมาก็เข้ามาอยู่ในสังคม ละก็เข้าไปผูกพันกับชีวิตของเพื่อน อาจารย์ หัวหน้า
และคนมากมายอีกเยอะแยะ
แน่ล่ะ...ถึงเจ้าของชีวิตจะเป็นเราคนเดียว แต่ในความเป็นจริง
คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องและผูกพันกับเราต่างก็มีความรู้สึก คามต้องการ และคาดหวังไปกับเรา
เวลาที่เรามีความสุขเขาก็สุข เวลาที่เรามีความทุกข์เขาก็ทุกข์
เวลาที่เราที่เรากำลังหวัง หรือลุ้น เขาก็จะหวังและลุ้นไปกับเรา หรืออาจจะลุ้นมากกว่า
ลองคิดดูให้ดีสิ...เวลาที่เราเจ็บต้องเข้าโรงบาลพ่อกับแมทำไมมาร้องไห้อยู่ข้างเตียง
ไหนจะเพื่อนตัวดีที่ไม่เจอมันมาเป็นชาติกลับโผล่หัวมาหัวเราะแหะๆทักทายเราในห้องพักฟื้น
ลองคิดดูอีก...เวลาที่เราสอบตก ตกงาน อกหัก ทำไมมีคนบางกลุ่ม
พยายามทำให้เราสดชื่น ลืมเรื่องร้ายๆแทบตายทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของมัน ไม่ใช่ชีวิตของเขา
ลองคิดดูอีกนิดนะเวลาที่ใครคนนึงจะฆ่าตัวตาย กลับมีพ่อ แม่ เมีย ลูก เพื่อน ฯลฯ
พยายามแหกปากโวยวาย ขอร้อง ร้องไห้ห้ามเขา ทั้งๆที่คนตายก็ไม่ใช่ตัวเอง
พอเห็นอะไรแบบนั้น เราก็มานั่งคิดถึงเจ้าของชีวิตที่แท้จริง
ครึ่งนึงมันคงเป็นของเรา เราสามารถจะใช้สิทธิทำอะไร ตัดสินใจอะไรได้ตามปรารถนา
แต่อีกครึ่งมันคงจะเป็นของคนที่รักเรา อย่างเพื่อนพ้อง ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะ พ่อกับแม่
ที่คอยเฝ้าดู รัก และ เป็นห่วงเรามาตลอด
ทำให้เวลาที่เราจะตัดสินใจจะทำอะไร เราต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี
คิดถึงตัวเอง คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงเพื่อน คิดถึงแฟน คิดถึงหัวหน้างาน คิดถึง... อย่างละเอียด
ว่าสิ่งที่เราเลือกจะทำให้เรามีความสุข และไม่ทำให้พวกเขาต้องลำบากหรือหนักใจ
ถ้าหากเป็นอย่างนั้น...พวกเขาก็คงจะไม่มีความสุข และเราก็คงจะทุกข์ไปด้วย
ก็ชีวิต...มันไม่ใช่ของเราคนเดียวมาตั้งแต่แรกแล้ว
ถึงเราจะสามารถทำมันให้ดีหรือเหลวแหลกได้ แต่คนข้างกายก็คงจะไม่เป็นสุข
ที่สำคัญ...ยิ่งใช้ชีวิตแย่แค่ไหน "เรา" นั่นเองที่จะเป็นฝ่ายทุกข์
แบบยังไม่รวมคนที่รักเราที่อาจจะเจ็บกว่าเราหลายเท่าด้วย...
ที่มาอัพเรื่องวันนี้มันมาจากเมื่อคืนมันมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย
อยู่ดีๆเณรน้องก็โทรมาบ้านตอนห้าทุ่มเพื่อขอบวชตลอดไม่สึกเล่นเอาเรากับแม่แทบช็อก
ยังไม่รวมป้าที่ยังไม่รุเรื่อง ถ้ารุคงจะรุสึกไม่ต่างกัน
แม่เองก็ไม่อนุญาตอยากให้เณรสึกมาเรียนให้จบก่อน แต่ก็นะ...
มันก็เป็นเรื่องอะบาปทั้งแม่และเราเลย ทำเณรใจหมองไปแล้ว
เราก็ได้แต่บอกเณรว่า "ชีวิตไม่ใช่ของเณรคนดียว" แต่ไม่รุเณรน้องจะเข้าใจไหม
แต่ที่รุๆ แม่มดสงสารคุณแม่จังเลย ท่านคงรุสึกใจหาย และเศ้ราก่าแม่มด
วันนี้ไปดูเกรดค่ะ ในที่สุดเกรดก็ออกแล้วเน้ออออออออ
มี่ทั้งที่เป็นไปตามคาดละก็พลิกล็อค แรกๆที่ดูแล้วเห็นว่าวิชาที่น่าได้ เอ มันได้ บีบวกหมดก็ท้อๆ
แต่พอเห็นวิชาที่ไม่คิดจะได้มันมาได้แทนมันก็ดีใจขึ้นมา ยิ่งเห็นว่าไม่มีซี กะ ดี ก็โล่งได้อีก
ถึงมันจะลงจากเทอมที่แล้วมาเหลือ 3.50 แม่มดก็ยังดีใจ
เพราะมารวมกัน 2 เทอมมันเกิน 3.5 มา 0.4 ก็ยังมีสิทธิลุ้นได้ทุน + เกียรติบัตร
ดีใจนะที่ทำให้อยุ่ใน 3.5 ได้ ดีนะที่ทำให้แม่ดีใจ ละจะดีใจมากถ้ามันจะนำเงินมาช่วยแม่ได้
เฮ้อ...โล่งแล้ว ต่อจากนี้คงเป็นปิดเทอมจริงๆสักที...
_
)

ชีวิตของเราไม่ใช่ของเราคนเดียว ...
จริง ๆ ชีวิตเราเป็นของคุณพ่อคุณแม่ไปเสียครึ่งนึงแล้ว ไม่มีท่าน ก็ไม่มีเรา เนอะ : ]
#1 By {CODE;4079} on 2008-05-06 16:43